สวัสดีครับ

หลังจากที่อัพบล็อก "Blog Action Day'09" ไปแล้ว ผมก็สอบยาวเลยครับ ถึงวันที่ 17 ตุลาคม
หลังสอบเสร็จก็สบายใจเหมือนยกอินทนนท์ออกไปจากอกเลย ... เป็นช่วงเวลา 15 วันอันแสน
สั้น พักผ่อนยังไม่ทันได้หายเหนื่อยก็จะเปิดเรียนอีกแล้ว หายไป 15 วันแบบนี้ มีเรื่องที่พบเจอ
มากมายมาเล่าสู่กันฟังแน่นอนครับ

 


 

หลังจากสอบเสร็จออกจาก ม. ประมาณ 16.30 ตอนแรกว่าจะกลับบ้านเลย แต่นึกขึ้นได้ว่ามีนัด
เลยต้องข้ามสะพานลอยที่เพิ่งจะสร้างเสร็จใหม่ๆ มาอีกฝั่งนึง เพื่อนั่งรถเมล์สาย 504 ไปดูหนัง
ทีเซ็นทรัลเวิล์ดกับคุณชาย (izzei) ที่นัดกันไว้คือจะดู "รถไฟฟ้า มาหานะเธอ" โดยที่ใช้สิทธิ์ฟรี
ของสมาชิก The One Card (ซื้อ 1 แถม 1) แต่พนักงานแจ้งว่า บัตรหมดตั้งแต่รอบ 13.00 แล้ว
เลยต้องเปลี่ยนไปดูเรื่อง "The Ugly Truth" แทน

หนังเรื่องนี้ ตอนแรกผมกะว่าจะไม่ดู คิดว่าคงเฉยๆ ไม่สนุกเท่าไหร่ แต่พอได้เข้าไปดู เดินออก
จากโรงมาแล้วน้ำตาซึมเล็กๆเลยทีเดียว อาจจะเป็นเพราะผมมันคนขี้เหงาหละมั้งครับ พักหลังๆ
เจออะไรแบบนี้เข้าไปก็ออกอาการ ... แต่ไม่ใช่ว่าเรื่องนี้ไม่สนุกนะ สนุกมาก ฮาได้อีก แต่ตอน
ท้ายๆ เรื่องกลับซึ้งกินใจ ซะอย่างงั้น

หลังจากนั้นก็ไปเดิน "B2S" เล็กน้อย ดูนิตยสาร กับซีดีเพลง (เผื่อจะซื้อเข้ากรุ) ก็มิวายต้องเสีย
กะตังจนได้ ซื้ออัลบัม "Perceptions" ของ Champ มา ... ชอบเพลง "นอนน้อย"มากมาย

วันที่ 19 ตุลาคม ... ตื่นมาตามันเริ่มพร่ามัวมากขึ้นกว่าช่วง 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา เลยตัดสินใจ
ไปวัดสายตาที่ร้านประจำ "เที่ยงตรง สะพานใหม่" ผลปรากฎว่า สายตาสั้นเพิ่มขึ้นอีกเป็น
R -2.75 L -2.25 ก็ต้องเปลี่ยนเลนส์แว่นตามเคย บางคนอาจจะถามว่าทำไมไม่เปลี่ยนกรอบ
ไปด้วยเลย คำตอบคือ กรอบแว่นแพงครับ ก็ตอนตัดใหม่ๆเลือกของ "Playboy" ใส่เลนส์ของ
"Hoya" กรอบแว่นเป็นแบบครึ่งเดียว ขาซิลิโคนใหญ่ มีลายกระต่ายเพลย์บอยที่ขาแว่น
ก็ประมาณว่าใส่กันก่อนจะฮิตซะอีก จนตอนนี้ตกเทรนด์ไปแล้ว แต่ของเขาทนอะครับก็ใส่ต่อไป

แล้วหลังจากวันนั้นก็ไม่ได้ออกไปไหนรัศมีไกลเกินกว่า 2Km รอบๆบ้านอีกเลย ส่วนมากเช้า
ตื่นนอนขึ้นมา ล้างหน้า แปรงฟัน ไปกินข้าวที่ "IT Square" แล้วก็มาเปิดคอม ฟังเพลง หาอะไร
ทำไปเรื่อยๆ ค่ำๆ อ่านนิตยสาร แล้วดึกๆ ก็แชทกับเพื่อน เปิดยูทูบ แล้วก็นอนประมาณตี 3
เป็นกิจวัตรจนเย็นวันที่ 22 คุณชาย (izzei) ก็โทรมาชวนไปดูหนังอีกเช่นเคย คราวนี้ได้ดู
"รถไฟฟ้า มาหานะเธอ" สมใจอยากจริงๆ แต่ต้องไปธุระที่ร้านแว่นอีกนิดหน่อยก่อนจะไปที่
เมเจอร์ รัชโยธิน ... เสร็จธุระ ไปถึงประมาณ 18.30 ไม่ทันรอบที่โทรมาจองไว้จนในที่สุดก็ได้
ดูรอบ 21.30 โฆษณาอีก 40 นาที จบ Midnight พอดี (โฆษณาจะเยอะไปไหน?)

แล้วก็กลับมาสู่วงโคจรเดิมอีกครั้งจนวันที่ 28 ตุลาคม ... พี่อาร์มโทรมาจากชลบุรี บอกว่า
จะเข้ากรุงเทพฯ มาทำธุระ ก็เลยชวนไปกินอะไรที่บ้านมะขาม (ได้ยินแล้วสะดุ้งเล็กๆ) นัดกับ
พี่กรไว้แล้ว เราก็โอเคตอบรับไปตามปกติ

เช้าวันนั้นพี่อาร์มโทรมาปลุกแต่เช้า แต่กว่าจะตื่นก็ 11 โมง แต่งตัวแล้วก็ออกจากบ้านเลย
นัดกันไว้ที่ร้านโบกี้กาแฟ ณ บางซื่อ (ร้านประจำ) วันนี้เลือกเดินทางด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน
เพราะรถไฟบนดินช้ามากเกินไป (ร้อนด้วยหละ) มาถึงแล้วก็สั่ง "ลาเต้" กับ "ชาเย็น" ของ
โปรดมาทานเหมือนเคย แล้วก็เดินไปร้านบ้านมะขาม ... แต่ปรากฎว่าร้านเค้ามีจัดเลี้ยง
(อีกแล้ว) ไม่เคยจะได้เข้าไปทานซะทีนึง เอาไงก็ได้ ไปสยามดีกว่าวุ้ย "MK Buffet" รออยู่

 


 

ไปถึง "Central World" (ห้างที่ชอบมากที่สุด แต่ไม่ใช่ชอบซื้อของมากที่สุด) บ่ายสามโมง
ก็เข้าไปในร้าน สั่งบุฟเฟ่ต์มาทานกันปกติ แต่ครั้งนี้ไม่ค่อยปลื้มพนักงานสักเท่าไหร่ ไม่เหมือน
กับที่เคยมาครั้งก่อนๆ ... หยิบจานวางบนโต๊ะโครมคราม ไม่ค่อยรับออเดอร์ ซ้ำร้ายคำพูดแย่
ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไม ถึงขนาดอยากจะคอมเพลนให้รู้แล้วรู้รอดไป แต่ก็เหมือนเดิม
พอมาสังเกตการแต่งกายของพี่ๆ เราทั้ง 2 คนแล้ว ก็ไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่ (คือเค้าก็ไม่ได้
แต่งอะไรพิเศษมากมาย แต่ก็ไม่น่าเกลียด) เลยเฉยๆ เข้าไว้ พอมานั่งนึก ครั้งนี้ก็เหมือนเคส
ที่ไปนอนที่ "Lebua" อีกแล้ว ... ดูการแต่งตัวเป็นหลัก ซึ่งเราก็เข้าใจว่าเป็นวิธีง่ายที่สุดที่จะ
สังเกตลูกค้า แต่การทำแบบนี้บ่อยๆ มันไม่ทำให้เกิดผลดีนักหรอก ในความคิดผมนะ เขามีเงิน
กล้าเดินเข้ามาในร้านแล้วก็ควรบริการให้ดีที่สุด เพราะนั่นอะเงินเดือนคุณนะ

หลังจากนั้นก็ไปเดิน "B2S" เหมือนเช่นเคย แต่รอบนี้ไม่เจอของถูกใจ เลยตัดสินใจเข้าไปที่
"Siam Paragon" ขึ้นไปที่ร้าน "Gram" ชั้น 5 ก็ได้ของถูกใจจนได้ เป็นซีดีที่หามานานมากแล้ว
ไม่คิดว่าจะเจอสภาพใหม่ ยังไม่แกะจากซองเลย อัลบัมแรกของ "Turn On" ปกสีเขียวเวอริเดียน
ราคาก็ไม่แพง 115 บาท ก็ถือว่าโชคดีพอสมควร

 


 

เสร็จแล้วก็ขึ้น BTS กลับบ้าน ตอนแรกจะลงหมอชิตเลยแล้วต่อ 510 กลับบ้าน แต่คิดไปคิดมา
ไม่ได้นั่งแถมคนเยอะแน่นอน เลยตัดสินใจกระทันหัน ลงอนุสาวรีย์ฯพร้อมกับพี่กร แล้วก็ได้นั่ง
จริงๆ ยาวจนถึงบ้านเลย

อยากจะบอกว่าไม่ได้เข้าไปบริเวณสยามมาประมาณ 1 เดือนเห็นจะได้ ก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึก
เดิมๆ ที่มันเปลี่ยนแปลงมาแล้วสักพักหนึ่ง นั่นคือ "วัยรุ่นสมัยนี้แรงขึ้นมากจนน่ากลัว" ผมใช้ว่า
"จนน่ากลัว" ก็เพราะ จากสายตาและความคิดผม ผมว่ามันเกินคำว่า "พอดี" ไปแล้วหละ ...
ผมคุยกับพี่ๆ และเพื่อนๆหลายคนที่อยู่ในวัยเดียวกัน ก็ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "วัยรุ่นสมัยนี้
ใช้ชีวิตกันแบบประมาท และไม่สนใจโลก หรือคนรอบข้างเลย" ... ไม่ใช่ว่าผมทำแบบที่เค้าๆ
ทำกันอยู่ไม่ได้ หรืออิจฉาแต่อย่างใด แต่ผมเลือกที่จะไม่ทำ หรือถ้าจะทำก็เลือกที่จะอยู่ในคำว่า
"พอดี" มากกว่า เพราะนอกจากจะทำให้สบายกว่า ประหยัดกว่า ที่สำคัญไม่ทำให้ใครเดือดร้อน

และที่ผมรับไม่ได้อย่างที่สุดเลยคือเรื่อง "นิสัย สันดาน และมารยาท" ของวัยรุ่น รุ่นหลังจากรุ่น
ของพวกผม มันน้อยลง จนเหลือต่ำ ไม่ใช่ว่าผมมีอคติกับวัยรุ่น หรือคนแต่งตัวดีนะ เด็กที่ทำตัว
ดีๆมีมารยาท ผมกลับชอบซะอีกนะ แต่ที่เจอแบบวันนั้นก็รับไม่ได้เหมือนกัน มากัน 10 คน
เรามา 3 ก็หลบจนชิดเสาแล้ว ยังเดินชน ... ผมนี้ถึงกับตะโกนลอยๆ ไปว่า "วันหลังก็เดินเหยียบ
หัวเลยนะ" กับแม่ผมครั้งนึงก็เคยเจอแบบนี้ พามาเดินสยามนี่หละ เดินชนแม่ผมเลย แถมเอะอะ
โวยวายใส่แม่ผมอีก มากัน 3 คนเดินหน้ากระดาน ทางในพารากอนชั้น M ก็เล็กจะตาย เฮ่อ ...
ผมนิสงสารแม่ แม่ผมถึงกับออกปากว่า "เรียนเตรียมอุดมหรอเนี่ย ทำตัวไม่สมกับชุดที่ใส่เลย"
จริงๆ ยังมีอีกเยอะที่ผมเจอ แต่ไม่อยากเอ่ย แต่ทั้งหมดก็ทำให้นึกถึงสิ่งที่อาจารย์วิชาโสตทัศน์ฯ
เคยพูดไว้ว่า ต่อไปไม่ช้า สังคมจะวิกฤต เมื่อก่อน นศ.โดนว่านิดเดียวก็รีบปรับปรุงตัวแล้ว
แต่สมัยนี้ต้องให้ว่าแดกดันกันตรงๆ ถึงจะรู้สึก

เรื่องนี้ผมพูดกับพี่ๆ ที่รู้จักกันไว้หลายคน ... หวังว่าสิ่งที่พูดไว้คงไม่เกิดขึ้นในอนาคต
"เด็กสมัยนี้ฝันอยากเป็นดารานักร้องกันมากมายเหลือเกิน ดูจากที่เห็นกันทุกวันนี้สิ
ลองคิดดูนะ เข้าสมัคร 10,000 เข้ารอบ 1,000 คัดเหลือ 100 รอบสุดท้าย 10 เป็นแค่ 1
โอกาสมันน้อยมาก แล้วถ้าเด็กสมัยนี้ทุกคนคิดเหมือนกันหมด เมื่อถึงวัยทำงานแล้ว
ชาติบ้านเมืองจะเป็นยังไง ถ้ามีรายการประกวดอะไรไม่ต้องขอลางานไปประกวดกัน
หรอกหรอ ... เจ้านายคะ ขอลางานไปประกวด บลาๆๆ งั้นหรอ? อย่างน้อยก็สงสารคน
รุ่นหลังจากพวกคุณๆบ้างเถอะ
"

ผมขอทิ้งท้ายไว้หนักๆ ให้ได้คิดเท่านี้ครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet